Categories
News

จีนประณามจลาจลที่โซโลมอน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

บรรยากาศในกรุงโฮนีอารา และตามเมืองใหญ่หลายแห่งของหมู่เกาะโซโลมอน ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์นั้น เงียบสงบลงมากเมื่อวันเสาร์ ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า เกี่ยวข้องกับการประกาศเคอร์ฟิว และการที่ออสเตรเลียส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมากกว่า 100 นาย เข้ามาสนับสนุนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐบาลโซโลมอน ในการรักษาความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญ และฟื้นฟูความสงบ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานการพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย ท่ามกลางซากปรักหักพังของคารแห่งหนึ่ง ในย่านไชนาทาวน์ ของกรุงโฮนีอารา เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผย ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร เป็นชาวโซโลมอนหรือชาวต่างชาติ และเสียชีวิตเพราะเหตุใด

ขณะที่นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งขอประณามอย่างสูงสุด ต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชุมชนชาวจีนในกรุงโฮนีอารา ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และส่งผลให้สถานเอกอัครราชทูตจีนต้องยกระดับการเตือนภัย ห้ามพลเมืองจีนในโซโลมอนออกนอกเคหสถาน อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยืนยันความสนับสนุนที่มีต่อรัฐบาลโซโลมอน ของนายกรัฐมนตรีมานัสเซห์ โซกาวาเร ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้นำโซโลมอนประณามการประท้วงและการจลาจล ว่าเป็นผลจาก “การแทรกแซงของกองกำลังจากภายนอก” ต่อการที่รัฐบาลประกาศเมื่อปี 2562 ยุติความร่วมมือกับรัฐบาลไทเป เพื่อไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน แต่ไม่ได้เจาะจงไปยังประเทศใด

ด้านสื่อท้องถิ่นมองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความวุ่นวายครั้งนี้เท่านั้น เนื่องจากประชาชนมีความไม่พอใจมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อ “ความล้มเหลว” ของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเรื้อรังทางเศรษฐกิจ และการที่บริษัทของต่างชาติซึ่งเข้ามาประกอบกิจการในโซโลมอน ไม่ได้ให้ความสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเพียงพอ โดยย่านไชนาทาวน์ ในกรุงโฮนีอารา ตกเป็นเป้าหมายของการปล้นสะดมมากที่สุด

ส่วนภารกิจด้านความมั่นคงของออสเตรเลียนั้น แม้เป็นไปตามคำขอร้องโดยตรงจากรัฐบาลโซโลมอน “ซึ่งมีความไว้วางใจและเชื่อมั่น” ต่อรัฐบาลแคนเบอร์รา ภายใต้ข้อตกลงความมั่นคงระดับทวิภาคี ฉบับปี 2560 ทว่ามีการวิเคราะห์เช่นกัน ว่าการที่ออสเตรเลียดำเนินการอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะต้องการ “สกัดกั้น” การดำเนินการของรัฐบาลปักกิ่ง ไม่ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาในโซโลมอน ที่ในทางภูมิศาสตร์การเมืองถือได้ว่า “เป็นเขตอิทธิพล” ของรัฐบาลแคนเบอร์รา